"กิมจิ "
เครื่องเคียงที่อยู่บนโต๊ะอาหารเกาหลีทุกมื้อ
Cr. http://www.platingsandpairings.com/kimchi-kimchee/
กิมจิเป็นเครื่องเคียงของประเทศเกาหลี กิมจิมีหลายชนิด แต่ชนิดที่ทุกคนต้องรู้จักคงหนีไม่พ้น "กิมจิผักกาดขาว" นอกจากจะเป็นเครื่องเคียงแล้ว กิมจิถูกนำไปทำอาหารหลากหลายชนิด เช่น แกงกิมจิ บูแดจิแก แพนเค้กกิมจิ และอีกสารพัดเมนู วันนี้ "อาโหล" เลยจะนำวิธีทำกิมจิที่เคยทำมาแล้วหลายครั้งมาบอก สูตรนี้เป็นสูตรของอาเจ้ "maangchi" อาเจ้จากเกาหลีเจ้าของคลิปทำอาหารเกาหลีบรรยายภาษาอังกฤษในเว็บ Youtube เราได้ปรับสูตรนิดหน่อยตามวัตถุดิบที่เราสามารถหาได้ แต่หลักๆ ก็ยังถือว่าเป็นสูตรของอาเจ้แกอยู่ เราจึงขออนุญาตนำสูตรของ "maangchi" มาแปลและแปลง(นิดหน่อย)ให้เพื่อนๆ ได้นำไปเสริมสร้างความเป็นเกาหลีให้ตัวเองกัน รูปประกอบก็ขออนุญาตนำมาจากเว็บเกาหลีอีกเช่นเคย เพราะเราเพิ่งทำกิมจิตอนเดือนสิงหาคม ยังกินไม่หมด ให้ทำอีกก็ไม่ไหว ของเก่ายังเหลือบานเลย พล่ามมานานแล้วก็ขอเริ่มเลยแล้วกันเนอะ
ส่วนผสม
- ผักกาดขาว 2 กิโลกรัม 3 ขีด
- เกลือ 1/2 ถ้วย
- น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วย
- แป้งข้าวเหนียว 8 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1/2 ถ้วย
- พริกป่นเกาหลี 1 1/4 ถ้วย
- กระเทียม 1/2 ถ้วย
- ขิง 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมใหญ่สับ 1/2 ถ้วย
- ต้นหอม 5 ต้น
- หัวไชเท้า 1 ถ้วย
- แครอท 1/4 ถ้วย
วิธีทำ
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
2. นำผักกาดที่ผ่านการแช่เกลือมาล้างในน้ำ 3 ครั้ง พักไว้
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
3. ทำแป้งเปียกด้วยการผสมน้ำเปล่ากับแป้งข้าวเหนียวแล้วคนให้เข้ากัน นำไปตั้งบนเตาแล้วคนไปเรื่อยๆ จนเป็นฟอง (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที) เติมน้ำตาลแล้วกวนจนใส ปิดไฟ แล้วนำหม้อแป้งเปียกไปแช่ในอ่างใส่น้ำให้แป้งเปียกเย็นตัวลง
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
4. นำกระเทียม น้ำปลา ขิง หัวหอมใหญ่สับใส่ลงไปในโถปั่น ปั่นให้ละเอียดแล้วเทลงในอ่างผสม
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
5. นำแป้งเปียกที่เย็นตัวลงแล้วเทลงไปในอ่างผสม
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
6. เติมพริกป่นเกาหลีลงในอ่าง
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
7. หั่นต้นหอมให้เป็นชิ้น ซอยหัวไชเท้าและแครอทให้เป็นเส้นฝอย แล้วนำผักทั้งหมดใส่ลงไปในอ่างผสม ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
8. นำผักกาดมาคลุกกับน้ำพริกกิมจิในอ่างผสม ถ้าอ่างผสมมีขนาดเล็กให้แบ่งคลุกทีละน้อย
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
9. ใส่กิมจิลงในขวดโหล หรือกล่องใส่อาหาร ผิดฝาให้แน่น
วางกิมจิไว้ที่อุณภูมิห้องประมาณ 1 วันก็จะเกิดการหมักและมีรสเปรี้ยว ใช้ช้อนกดกิมจิลงเพื่อไล่อากาศออกก่อนนำเข้าไปเก็บไว้ในตู้เย็น
Tip : 1. ผักกาดที่นำมาทำควรนำมาทำกิมจิควรมีลักษณะหัวใหญ่ ใบยังไม่เป็นสีเขียว เนื้อแน่นไม่หลวม ถ้ากดดูแล้วแน่นๆ ก็ถือว่าผ่าน พอนำไปแช่เกลือแล้วจะมีรสหวานหน่อยๆ ไม่เหม็นเขียว ผักกาดแบบนี้จะทำกิมจิอร่อยกว่าแบบหัวเล็ก ไม่แน่น ใบเขียวๆ
Cr. http://steamykitchen.com/41429-kimchi-ramen-recipe.html
กิมจิที่ทำเสร็จเอามากินแกล้มกับมาม่าคืออร่อยมาก ตอนที่กินครั้งแรกเราเข้าใจความรู้สึกของคนเกาหลี(จาหหนังหรือซีรีส์เกาหลี)เลยว่าทำไมกินมาม่าแล้วต้องมีกิมจิ สั้นๆ เลย ม่าต้องคู่กับกิมจิ ลองดูแล้วจะติดใจ!
เราเคยแกงกิมจิใส่ปลาช่อนสดที่บ้าน(เพราะแม่บังคับ) ปรากฏว่าพอใส่เครื่องปรุงพวกรสดี น้ำตาล น้ำเปล่าแล้วเหมือนกินแกงส้มเลย อร่อยแถมไม่ยุ่งยากเหมือนทำแกงส้ม กิมจิที่ใส่ลงไปก็ไม่ทำให้น้ำแกงจืด และมีกลิ่นผักกาด คือดีงามเป็นที่สุด
Cr. http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
หรือกินกับข้าวเปล่าๆ ก็ยังโอเคอยู่นะ ถ้ากิมจิเปรี้ยวไปนิดก็เติมน้ำปลาหน่อยก็แล้วกัน
Tip : 1. ผักกาดที่นำมาทำควรนำมาทำกิมจิควรมีลักษณะหัวใหญ่ ใบยังไม่เป็นสีเขียว เนื้อแน่นไม่หลวม ถ้ากดดูแล้วแน่นๆ ก็ถือว่าผ่าน พอนำไปแช่เกลือแล้วจะมีรสหวานหน่อยๆ ไม่เหม็นเขียว ผักกาดแบบนี้จะทำกิมจิอร่อยกว่าแบบหัวเล็ก ไม่แน่น ใบเขียวๆ
2. การหมักจนเกิดรสเปรี้ยวจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ถ้าอากศร้อนกิมจิจะเปรี้ยวเร็ว ถ้าอากาศเย็นก็จะต้องใช้เวลาหมักนานขึ้นอีกนิด
ขอขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากเว็บไซต์
http://www.maangchi.com/recipe/easy-kimchi
http://www.platingsandpairings.com/kimchi-kimchee/
http://steamykitchen.com/41429-kimchi-ramen-recipe.html
หากมีเนื้อหาผิดพลากประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น